หนุ่มน้อยวัย 16 ปียอมทิ้งฝัน.. ขายปลาทูหาเลี้ยงน้องพิการทางสมอง!

ทุกคนเกิดมาล้วนแล้วแต่มีความฝันที่อยากจะทำ แต่บางคนเกิดมากลับไม่เป็นดั่งใจหวัง หลายครอบครัว ย า ก จน ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายด้านการศึกษามากกว่าครอบครัวร่ำรวยถึง 4 เท่า จนส่งผลกระทบต่อการเรียนอย่างหนัก และหลายคนไม่ได้กลับมาเรียนอีกเลย ดังเช่น “น้องเติ้ล” ณพวรรษ สุขปัญญา เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่ต้องละทิ้งความฝันเรียนให้จบ ทิ้งบันไดสู่ใบปริญญา ลาออกจากโรงเรียนขณะอยู่ม.3 กลางคัน ผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าขายปลาทู

“ปลาทูหน้างอ จากแม่กลอง มาแล้วครับ…”

เสียงเล็ก ๆ จากเด็กหนุ่มวัย 16 ปีในตลาดใน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

เนื่องจากทางบ้านประสบปัญหาการเงิน พ่อเป็นกำลังหลักคนเดียวหาเลี้ยงครอบครัว ซึ่งรายได้ไม่พอรายจ่ายเลี้ยงน้องที่พิการทางสมองนอนติดเตียง

ส่วนแม่ต้องอยู่บ้านดูแล “น้องพัตเตอร์” น้องชายวัย 7 ขวบของน้องเติ้ล ที่พิการทางสมองมาแต่กำเนิด ไม่สามารถรับรู้หรือตอบสนองได้ กลืนอาหารไม่ได้ และหายใจเองไม่ได้ ต้องเจาะสายเข้าทางหน้าท้องเพื่อให้อาหารเหลว และเจาะคอตัดหลอดลมต่อสายเครื่องช่วยหายใจ

เส้นทางชีวิตครอบครัวของน้องเติ้ล สุขบ้าง ทุกข์บ้าง อาศัยอยู่กัน 4 คน ในบ้านเลขที่ 209/168 หมู่ 3 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ที่ผ่านมาผู้เป็นพ่อซึ่งเป็นเสาหลักขายปลาทูเลี้ยงครอบครัวตัวคนเดียวสภาพการเงินก็พอไปได้ แต่ระยะหลังลูกคนเล็กเจ็บป่วยต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยทำให้มีค่าใช้จ่ายมาก

ทั้งเรื่องค่าเดินทาง ค่าของใช้ อาหารสำหรับผู้ป่วยติดเตียง คนเป็นพ่อกับแม่ก็ทำทุกทาง ยอมอดแต่ไม่ให้ลูกอด พ่อแม่อดได้แต่ลูกต้องอิ่ม! เมื่อชักหน้าไม่ถึงหลังก็ต้องหยิบยืมญาติพี่น้องบ้าง กู้เงินมาหมุนบ้าง จนเป็นเหตุให้ น้องเติ้ล ตัดสินใจยุติการเรียน เพราะเห็นใจพ่อแม่และอยากช่วยแบ่งเบาภาระ..

น้องเติ้ล เคยคิดฝันไว้ว่าถ้าเรียนจบม.6 อยากจะเข้ามหาวิทยาลัย เรียนด้านนิเทศศาสตร์ เพราะรักในการเป็นช่างภาพ อยากทำงานอยู่กับกล้องถ่ายรูป คอยถ่ายภาพอยู่เบื้องหลังการแสดง น้องเติ้ลไม่เคยเสียใจในการตัดสินใจในครั้งนี้เลย เพราะไม่ว่าจะเป็นยังไง “น้องก็คือน้องของผม” และพ่อแม่คือที่สุดของชีวิต!

ทุกวันช่วงเช้าน้องเติ้ลกับพ่อจะต้องนั่งทำปลาทูที่เพิ่งมาส่งสดๆ ผ่านกรรมวิธีต่างๆ ก่อนจะเตรียมนำขึ้นรถกระบะเพื่อไปขายที่ตลาดใกล้บ้าน “ปลาทูหน้างอคอหัก จากแม่กลอง มาแล้วครับ…” โดยร้านขายปลาทูจะมีอยู่ 2 สาขา ซึ่งพ่อจะอยู่สาขา 1 ส่วนน้องเติ้ลจะอยู่สาขา 2 ตั้งแต่บ่ายถึงค่ำก็จะมีคนมาอุดหนุนเรื่อยๆ พ่อลูกช่วยกันทำมาหากินเพื่อให้น้องมีค่ารักษา

หนุ่มน้อยสู้ชีวิตคนนี้ไม่ท้อแท้ต่อโชคชะตา แม้จะไม่ได้เรียนหนังสือต่อเหมือนคนอื่นๆ ก็คิดแต่เพียงว่า ชีวิตคือการหาเงินเพื่อครอบครัว มุ่งมั่นขายของเก็บเงิน โดยใน 1 สัปดาห์ ของเด็กหนุ่มคนนี้ 5 วันจะขายปลาทูในตลาด มี 2 วันที่ตลาดหยุดก็จะไปรับจ้างขายปลาสดให้ร้านของญาติ สู้สุดกำลังหวังให้ครอบครัวผ่านวิกฤติไปให้ได้

“ยอมรับว่าช่วงแรกที่ต้องลาออกจากโรงเรียนก็รู้สึกเคว้งคว้าง ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ว่าตัวเองจะต้องเป็นพ่อค้าแบบไหน? ต้องทำตัวอย่างไร? หลังจากไปขายปลาทูที่ตลาดจึงสังเกตพฤติกรรมของคนที่เดินตลาด และปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ช่วงโควิดยอดขายลดลงมากครอบครัวได้รับผลกระทบ ผมจึงหันมาใช้วิธีลงขายในเฟซบุ๊กด้วยซึ่งก็เพิ่มยอดขายได้พอสมควร”

“ค่าใช้จ่ายเฉพาะของน้องจะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 1 หมื่นเศษ กับรายได้จากการขายปลาทูได้ประมาณเดือนละ 1 หมื่นบาท ก็ให้น้องทั้งหมด

ซึ่งผมก็จะพยายามที่จะทำงานให้มากขึ้น ถ้ามีเงินเหลือก็จะเก็บใส่กระปุกไว้เป็นทุนเรียนต่อในวันที่พร้อม” น้องเติ้ล กล่าวอย่างไม่ย่อท้อ

เรื่องราวชีวิตของ “น้องเติ้ล” หนุ่มน้อยยอกตัญญู ผู้ยอมละทิ้งความฝันตัวเอง เดินหน้าสู้ชีวิตขายปลาทูช่วยครอบครัว เลี้ยงน้องที่พิการ เป็นที่ยกย่องของคนทั่วไปที่รู้ข่าว บางคนถึงกับนำไปยกเป็นตัวอย่างให้ลูกหลานดูในเรื่องการทำความดี ขยัน อดทน และไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาเพราะคนเราเลือกเกิดไม่ได้

เมื่อไม่นานมานี้ นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้างครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข ทราบข่าวและเกิดความสงสารจึงได้เดินทางไปที่บ้านน้องเติ้ล พร้อมด้วยนางสุภาพร เทียนไชย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดชลบุรี หัวหน้าส่วนราชการ อำเภอศรีราชา และกำนัน ช่วยเหลือนำสิ่งของถุงยังชีพ และมอบเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายธุรกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตได้ดียิ่งขึ้น

แหล่งที่มา : dailynews

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *