​ด่ ว น เผยแล้ว ทุ่ม 2 แ​ส​นล้าน ต่ออายุเ​ราช​นะอี​กกี่เดือน

เ​ราช​นะ

​ด่ ว น เผยแล้ว ทุ่ม 2 แ​ส​นล้าน ต่ออายุเ​ราช​นะอี​กกี่เดือน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการคลัง จะเสนอแนวทางให้ความช่วยเหลือและเยียวย าประชาชน จากผลกระทบcv-19 ให้พิจารณา เนื่องจากประเมินว่า cv-19ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง จากการแพร่กระจายไปยังทุกจังหวัดทั่วประเทศ จึงจะเสนอให้ต่ออายุและเพิ่มเ งิ นในมาตรการ “เราชนะ ออกไปอีก 1-2 เดือน จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 31 พ.ค.นี้ เป็นสิ้นสุดเดือน มิ.ย.-ก.ค.นี้ ซึ่งจะใช้เ งิ นเพิ่ม 100,000-200,000 ล้านบาท และดำเนินการต่อเนื่องได้ทันที

อย่างไรก็ตาม หาก ครม.เห็นชอบยังต้องหารือกับคณะก ร ร มการกลั่นกรองเ งิ นกู้ เนื่องจากต้องมีการขออนุมัติและเสนอขอ ครม.โยกเ งิ นในส่วนของการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากผลกระทบโควิดฯ ซึ่งปัจจุบันเหลืองบไม่มาก ให้มาอยู่ในส่วนของวงเ งิ นเพื่อเยียวย าผู้ได้รับผลกระทบจากc v-19 เพื่อใช้เยียวย าช่วยเหลือประชาชนต่อไป

เ​ราช​นะ

ผู้รับสิทธิ์พุ่ง 32.8 ล้านคน ยอดใช้จ่ายเฉี ยด 2 แสนล้าน

น.ส.กุลย า ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการเราชนะ ณ วันที่ 19 เมษายน 2564 ว่า มีผู้ได้รับสิทธิ์ในโครงการฯ แล้วรวมทั้งสิ้นจำนวน 32.8 ล้านคน คิดเป็นมูลค่าการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยแล้วกว่า 199,944 ล้านบาท

ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านผู้ประกอบการร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ที่มีแอปพลิเคชัน ถุงเ งิ น ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการร้านค้าและผู้ให้บริการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวนทั้งสิ้นมากกว่า 1.3 ล้านกิจการ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

เ​ราช​นะ

1) ประชาชนกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.7 ล้านคน ได้มีการใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 73,133 ล้านบาท

2) ประชาชนกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิ์ร่วมโครงการฯ แล้ว จำนวน 16.8 ล้านคน และมีการใช้จ่ายวงเ งิ นสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นต้นมา จำนวน 112,772 ล้านบาท

3) ประชาชนกลุ่มผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติแล้ว จำนวน 2.3 ล้านคน มียอดใช้จ่ายวงเ งิ นสิทธิ์สะสมตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา จำนวน 14,039 ล้านบาท

มี งบกลาง-เ งิ นกู้ ใช้เยียวย าcv-19ฯ ได้อีก 2.6 แสนล้าน

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า ปัจจุบันวงเ งิ นที่ใช้เยียวย าประชาชนจากผลกระทบcv-19-19 เหลืออยู่ประมาณ 300,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.เ งิ นกู้ตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เ งิ น วงเ งิ น 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเหลืออยู่ 200,000 ล้านบาท และ 2.งบกลางในปี 2564 ซึ่งเดิมตั้งงบกลางไว้ 139,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบกลางรายการสำรองจ่าย ในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 99,000 ล้านบาท ปัจจุบันใช้แล้ว 19,000 ล้านบาท คงเหลือ 80,000 ล้านบาท และงบกลางในส่วนcv-19 40,000 ล้านบาท คงเหลือ 20,000 ล้านบาท โดย 20,000 ล้านบาทที่ใช้ไปนั้น รัฐบาลใช้มัดจำซื้อวัค ซี นและเพิ่มค่าตอบแทนให้บุคลากรทางการแพทย์

รวมแล้วงบกลางที่คงเหลือ 2 ส่วน สามารถใช้ได้ 100,000 ล้านบาท หากนำไปเยียวย าประชาชนคงใช้ 50,000-60,000 ล้านบาท เพราะต้องกันบางส่วนไว้รองรับภัยพิบัติจากภัยแล้ง น้ำท่วม หรืออื่น 40,000-50,000 ล้านบาท ดั งนั้uเมื่อรวมเ งิ นกู้ที่เหลือและงบกลางที่ใช้เยียวย าประชาชนได้ จะอยู่ที่ 250,000-260,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามในปีงบ 2564 ไม่จำเป็นต้องโอนงบจากส่วนราชการมาใช้เยียวย าผลกระทบc v-19 เพิ่ม เหมือนปี 2563 ซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้ออก พ.ร.ก.กู้เ งิ น และการโอนเ งิ นจากส่วนราชการใช้เวลา 2-3 เดือน หากจะทำตอนนี้คงไม่ทัน และขณะนี้วงเ งิ นที่เหลืออยู่ยังมีเพียงพอรับมือc v-19ได้ เพราะการออกมาตรการเยียวย าและกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละครั้งใช้เ งิ นไม่เกิน 100,000 ล้านบาท ส่วนงบจัดซื้อวั ค ซีนที่อนุมัติแล้ว 6,000 ล้านบาท อยู่ในส่วนของงบปี 2564 ไม่ได้ตั้งงบจัดซื้อไว้ในงบปี 2565 แต่หากจำเป็นต้องใช้เ งิ น สามารถใช้งบของกรมควบคุมสำหรับการจัดซื้อวั ค ซีนทั่วไปได้

หากจำเป็นอาจขย ายเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกู้เ งิ นเพิ่ม

นายเดชาภิวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 20 เม.ย.นี้ สำนักงบประมาณจะเสนอให้พิจารณา ร่ า งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ปีงบประมาณ 2565 วงเ งิ น 3.1 ล้านล้านบาท เพื่อขอจัดทำเอกสารงบประมาณ โดยแบ่งเป็นประมาณการรายได้ 2.4 ล้านล้านบาท และการกู้งบประมาณข า ดดุล 700,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากมีการแพร่ของcv-19รอบ 4 รัฐบาลยังมีงบกลางที่จะดึงมาใช้ได้อีก 89,000 ล้านบาท รวมทั้งงบกลางฉุกเฉินเมื่อจำเป็นที่สำรองไว้สำหรับภัยพิบัติอีก 50,000 ล้านบาท ส่วนความจำเป็นในการกู้เ งิ นเพิ่มเติมจาก พ.ร.ก.เ งิ นกู้ 1 ล้านล้านบาทนั้น ตามวินัยการเ งิ นการคลังกำหนดว่า หนี้สาธารณะต้องไม่เกิน 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งสามารถใช้เกณฑ์นี้ได้ในภาวะปกติ แต่ในช่วงc v-19 ถ้าจะกู้เ งิ นเพิ่ม อาจต้องขยับเพดานวินัยการเ งิ นการคลัง

ขอขอบคุณที่มาจาก siamnews

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *